ทุกการทำสิ่งต่างๆ นั้น มีทั้งสิ่งที่สามารถทำได้ดีและเกิดข้อผิดพลาดอันส่งผลต่อสิ่งรอบตัวไม่เว้นแม้แต่เรื่องของ “การลงทุน” ก็ย่อมเกิดข้อผิดพลาดสูญเสียเงินลงทุนได้เช่นกัน บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับ “ความผิดพลาดที่พบบ่อยในวิธีตั้ง Stop Loss” เพื่อใช้เป็นแนวทางป้องสำหรับวิธีตั้ง Stop Loss กันครับ
12 ความผิดพลาดเกี่ยวกับวิธีตั้ง Stop Loss
การตั้ง Stop Loss อาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีข้อผิดพลาดที่นักเทรดหลายคนมักจะทำซ้ำ ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนที่ไม่จำเป็น หรือพลาดโอกาสในการทำกำไร มาดูกันครับว่าความผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง Stop Loss มีอะไรบ้าง:
- การไม่ตั้ง Stop Loss เลย: นี่เป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด การไม่ตั้ง Stop Loss เปิดโอกาสให้การขาดทุนขยายตัวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการควบคุม และอาจทำให้พอร์ตเสียหายอย่างหนักจนกู้คืนยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีความผันผวนสูง หรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
- การตั้ง Stop Loss ที่ “แน่น” เกินไป: การตั้ง Stop Loss ใกล้กับราคาเข้าซื้อขายมากเกินไป ทำให้มีโอกาสสูงที่ราคาจะแกว่งตัวมาโดน Stop Loss ก่อนที่จะไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ ตลาดมักจะมี “Noise” หรือการเคลื่อนไหวระยะสั้นที่ไม่กระทบต่อแนวโน้มหลัก
- การตั้ง Stop Loss ที่ “กว้าง” เกินไป: การตั้ง Stop Loss ที่มีระยะห่างจากราคาเข้าซื้อขายมากเกินไป อาจทำให้เราต้องยอมรับการขาดทุนที่มากเกินความจำเป็น เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทาง
- การตั้ง Stop Loss ที่ระดับแนวรับแนวต้านเป๊ะ ๆ: นักเทรดรายใหญ่อาจจะทราบว่ามี Stop Order กองอยู่ที่ระดับแนวรับแนวต้านสำคัญ และอาจจะ “ดัน” ราคาลงมาเพื่อ “ล่า Stop” เหล่านั้น การตั้ง Stop Loss ควรจะเผื่อระยะห่างจากระดับสำคัญเล็กน้อย
- การตั้ง Stop Loss ที่ “เลขกลม”: คล้ายกับการตั้งที่แนวรับแนวต้านเป๊ะ ๆ ระดับราคาที่เป็นเลขกลม (เช่น 10.00, 20.50) มักจะเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการ “ล่า Stop”
- การ “เลื่อน” Stop Loss หนีขาดทุน: เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทาง การเลื่อน Stop Loss ให้ห่างออกไปอีก เป็นการกระทำที่ผิดหลักการบริหารความเสี่ยงอย่างมาก เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาดทุนที่มากขึ้นไปอีก Stop Loss มีไว้เพื่อจำกัดความเสียหาย ไม่ใช่เพื่อยืดเวลา
- การตั้ง Stop Loss โดยไม่ได้พิจารณาความผันผวน: การไม่ใช้เครื่องมือวัดความผันผวน เช่น ATR ทำให้เราไม่สามารถกำหนดระยะห่างของ Stop Loss ที่เหมาะสมกับสินทรัพย์นั้น ๆ ได้ สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงก็ควรมี Stop Loss ที่กว้างกว่าสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ
- การตั้ง Stop Loss โดยไม่สอดคล้องกับ Time Frame ที่เทรด: การตั้ง Stop Loss สำหรับ Day Trade ควรจะแตกต่างจากการตั้ง Stop Loss สำหรับ Swing Trade เนื่องจากกรอบเวลาและความผันผวนที่แตกต่างกัน
- การไม่ปรับ Stop Loss เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป: ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ระดับแนวรับแนวต้านอาจเปลี่ยนไป ความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง การไม่ปรับ Stop Loss ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้ Stop Loss ที่ตั้งไว้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป
- การตั้ง Stop Loss ตามจำนวนเงินที่ “อยาก” เสียได้: การตั้ง Stop Loss ควรอิงจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคและโครงสร้างราคา ไม่ใช่แค่การกำหนดจำนวนเงินที่เรายอมเสียได้โดยไม่คำนึงถึงบริบทของตลาด
- การใช้ Stop Loss แบบตายตัวโดยไม่ยืดหยุ่น: กลยุทธ์การเทรดบางอย่างอาจต้องการความยืดหยุ่นในการปรับ Stop Loss ตามสถานการณ์ การใช้ Stop Loss แบบตายตัวในทุกสถานการณ์อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด
- การไม่เข้าใจประเภทของ Stop Order: มี Stop Loss หลายประเภท เช่น Stop Market Order และ Stop Limit Order การไม่เข้าใจความแตกต่างและการทำงานของแต่ละประเภท อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นที่เกี่ยวกับ “วิธีตั้ง Stop Loss” คิดว่าน่าจะข่วยให้เข้าใจและระมัดระวังกันมากขึ้นนะครับ
